ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

โซเดียม ภัยเงียบจากของอร่อย แนะนำวิธีลดเค็มง่าย ๆ ห่างไกลโรคไต

กรมการแพทย์โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนการบริโภคโซเดียมในปริมาณมากเกินกว่า 2,400 มิลลิกรัม หรือมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวันจะทำให้ไตทำงานหนัก เสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูงและยิ่งมีโอกาสพบบ่อยเมื่ออายุมากขึ้น พร้อมแนะวิธีลดปริมาณโซเดียมเพื่อการทำงานที่ดีของไต นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โซเดียมเป็นส่วนประกอบของเกลือ ซึ่งเกลือ 1 กรัม จะมีโซเดียมประมาณ 400 มิลลิกรัม โดยร่างกายมีความต้องการโซเดียมประมาณ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าได้รับมากร่างกายจะขับออกทางไตจะทำให้ไตทำงานหนัก ดังนั้นการที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่พอเพียงไม่มากไม่น้อยจนเกินไปจะเกิดผลดีต่อการทำงานของไต ส่วนเกลือโซเดียม หรือเกลือแกงเป็นตัวหลักของสารที่ให้ความเค็มในเครื่องปรุงรสที่นิยมใช้ คือ น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เต้าเจี้ยว ฯลฯ และยังใช้ในการถนอมอาหารประเภทหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาร้า ปลาเค็ม เนื้อเค็ม เป็นต้น นอกจากนี้ เกลือโซเดียมยังแฝงมากับอาหารอื่นๆ เช่น ขนมอบกรอบ ผงชูรส หากรับประทานอาหารที่เค็มจัดที่มีเกลือโซเดียม หรือเกลือแกงมากกว่า 6 กรัมต่อวัน หรือมากกว่า 1 ช้อนชาขึ้นไป จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบบริโภค ผัก ผลไม้ นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแต่ละวันไม่ควรบริโภคโซเดียมเกินความต้องการของร่างกาย ซึ่งวิธีที่จะช่วยลดปริมาณการบริโภคโซเดียมมีหลายวิธี เช่น หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด และอาหารหมักดอง ชิมอาหารทุกครั้งก่อนเติมเครื่องปรุง เลือกบริโภคอาหารสด หรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวที่มีเครื่องปรุงรสปริมาณมาก ลดความถี่ของการบริโภคอาหารที่ต้องมีเครื่องปรุงน้ำจิ้ม และลดปริมาณน้ำจิ้มที่บริโภค ทดลองปรุงอาหารโดยใช้ปริมาณเกลือ น้ำปลา ตลอดจนเครื่องปรุงรสอื่นๆ เพียงครึ่งหนึ่งที่กำหนดไว้ในสูตรปรุงอาหาร ถ้ารสชาติไม่อร่อยจริงๆ จึงค่อยเพิ่มปริมาณของเครื่องปรุงรส ควรปลูกฝังนิสัยให้บุตรหลานรับประทานอาหารรสจืด โดยไม่เติมเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ตลอดจนซอสปรุงรสในอาหารเด็กและทารก และควรบริโภคอาหารที่มีปริมาณโปแตสเซียมสูง เช่น ผักใบเขียวและผลไม้ จะสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ ********************************************* #กรมการแพทย์ #สถาบันโรคทรวงอก #โซเดียม -ขอขอบคุณ- 3 กรกฎาคม 2563

วันที่ 03 ก.ค. 2563

อ่านต่อ

กรมการแพทย์เตือน ฟันปลอมชำรุด หลวม หลุดง่าย รีบปรึกษาทันตแพทย์ทันที

กรมการแพทย์ โดยสถาบันทันตกรรม เตือนผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใส่ฟันปลอม หากพบฟันปลอมชำรุด หลวมหรือหลุดง่ายควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไข อย่าปล่อยทิ้งไว้ อาจอันตรายถึงชีวิตหากฟันปลอมหลุดลงในคอหรือหลอดลม นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงปัจจุบันมีรายงานข่าวพบผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมหลุดลงในคอ ซึ่งอันตรายเป็นอย่างมาก หากชิ้นส่วนของฟันปลอมหลุดลงไปในหลอดลมหรือทางเดินหายใจ ดังนั้นหากฟันปลอมชำรุด แตก หัก หลวม หลุดง่าย ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไข ไม่ควรซ่อมหรือแก้ฟันปลอมด้วยตนเอง และควรรับการดูแลรักษาจากทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจากสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ทันตแพทย์อำนาจ ลิขิตกุลธนพร ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การใส่ฟันปลอม เพื่อทดแทนการสูญเสียฟันธรรมชาติที่หายไป ฟันปลอมช่วยในการบดเคี้ยวอาหารได้ดียิ่งขึ้นและยังช่วยสร้างความมั่นใจในด้านความสวยงาม การพูด การใช้ฟันปลอมควรใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ควรเคี้ยวอาหารที่แข็งหรือเหนียวจนเกินไป ควรทำความสะอาดฟันปลอมทุกครั้งหลังรับประทานอาหารและก่อนนอน โดยใช้แปรงสีฟันขนนุ่มร่วมกับยาสีฟันหรือสบู่ ก่อนนอน ควรถอดฟันปลอมออกแล้วแช่น้ำสะอาด ไม่ควรใส่ฟันปลอมนอน นอกจากนี้การใส่ฟันปลอมมีความเสี่ยงที่จะเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ หากไม่ได้ดูแลเรื่องการแปรงฟันและการทำความสะอาดฟันปลอมอย่างเหมาะสม อีกทั้งเมื่อใช้ฟันปลอมไประยะหนึ่ง ฟันปลอมอาจหลวมเนื่องจากมีการแตกหักของฐานฟันปลอม ตะขอหักหรือ ตะขออ้าไม่รัดแน่นเหมือนเดิม หรือกระดูกใต้ฐานฟันปลอมมีการละลายตัว ทำให้ฟันปลอมหลวมและกระดกได้ ใช้งานแล้วอาจมีอาการเจ็บบริเวณเหงือก หรือฟัน จึงควรพบทันตแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการเจ็บเพื่อแก้ไขฟันปลอม ซึ่งบางรายต้องเสริมฐานฟันปลอมหรือปรับตะขอให้แน่นขึ้น หรืออาจจำเป็นต้องทำใหม่ถ้ามีฟันที่ถูกถอนออกไปมากขึ้น ดังนั้นจึงควรพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจฟันว่ามีฟันผุหรือไม่ มีหินปูนและเหงือกอักเสบหรือไม่ และตรวจเช็คฟันปลอมว่ายังอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลช่องปากและฟันปลอมอย่างถูกวิธี ************************************************ #กรมการแพทย์ #สถาบันทันตกรรม #ฟันปลอมชำรุดแตกหัก #ฟันปลอมหลุดลงคอ -ขอขอบคุณ- 1 กรกฎาคม 2563

วันที่ 03 ก.ค. 2563

อ่านต่อ

กรมการแพทย์ให้ความรู้เรื่อง “ยาเสียสาว” เตือนภัยนักเที่ยวไม่เสพยาไม่รับของจากคนแปลกหน้า

กรมการแพทย์โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ให้ความรู้เรื่อง “ยาเสียสาว” พร้อมแนะนักเที่ยวโดยเฉพาะสตรีระมัดระวัง ไม่เสพยาขณะสังสรรค์ ไม่รับเครื่องดื่มหรืออาหารจากคนแปลกหน้า นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในปัจจุบันข่าวที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม การล่วงละเมิดทางเพศ มักจะพบว่ามีการกล่าวถึง “ยาเสียสาว” ซึ่งยาเสียสาวที่กล่าวถึงนั้น คือ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออาชญากรรม คุกคามทางเพศหรือการมอมยาผู้อื่น โดยมักจะใช้วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท กลุ่มยานอนหลับ หรือยาระงับประสาท เช่น ยามิดาโซแลม (Midazolam) ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) ยาฟลูไนตราซีแปม (Flunitrazepam) สาร GHB (gamma-hydroxybutyrate) และ ยาเค หรือ เคตามีน (Ketamine) ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหล่านี้มีคุณสมบัติที่ทำให้ผู้ประสงค์ร้ายมักจะนิยมนำไปใช้ คือ ออกฤทธิ์เร็วหลังจากการใช้ไม่เกิน 30 นาที ละลายได้ดีในน้ำ ง่ายต่อการผสมในเครื่องดื่ม เกิดอาการเคลิ้มสุขคล้ายการดื่มแอลกอฮอลล์ ทำให้มึนงง ง่วงซึม ไม่มีสติ หรือสลบได้ และทำให้ผู้ถูกวางยาสูญเสียความทรงจำไปชั่วขณะ ไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเหล่านี้อันตรายมาก มีฤทธิ์กดการหายใจ และเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากไม่ใช้ภายใต้คำสั่งจากแพทย์ ทั้งนี้หากมีการใช้ในปริมาณมากร่วมกับยานอนหลับซึ่งออกฤทธิ์ทำให้หลับเร็ว หรือใช้ร่วมกับสารเสพติดอื่นๆ หรือผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ผู้ถูกวางยาเสียชีวิตได้ นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า การรวมกลุ่มเพื่อดื่มสังสรรค์ และมีการใช้ยาเสพติดร่วมด้วย เป็นเรื่องที่อันตรายมาก ยาเสพติดทุกประเภทส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อร่างกายของผู้เสพ ยิ่งมีการใช้ร่วมกันหลายชนิดก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง บางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต แนะกลุ่มนักเที่ยวโดยเฉพาะสุภาพสตรีที่นิยมดื่มสังสรรค์ ให้ระมัดระวังตัวเอง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี หลีกเลี่ยงการเสพยาและสารเสพติดในขณะสังสรรค์ ไม่รับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า รวมถึงไม่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีได้ผสมสิ่งใดลงในเครื่องดื่มและนำมาให้ดื่ม สังเกตตัวเองหรือคนใกล้ชิดหากพบอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้อาเจียน มึนงง เดินเซ หายใจลำบาก มีอาการคล้ายเมาสุราแม้ไม่ได้ดื่มหรือดื่มไปเพียงเล็กน้อย ต้องรีบพาตัวเองหรือคนใกล้ชิดออกจากสถานที่ดังกล่าว และรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmindat.go.th ********************************************* #กรมการแพทย์ #สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี #สบยช. #ยาเสพติด -ขอขอบคุณ- 30 มิถุนายน 2563

วันที่ 30 มิ.ย. 2563

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ กรมการแพทย์โดยนายแพทย์วรพงษ์  สำราญทิวาวัลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ นำคณะผู้บริหารและบุคลากรโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ร่วมทำบุญถวายเทียนพรรษา เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา ประจำปี 2563 เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ มีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาและเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว จำนวนผู้เข้าร่วม 150 คน ณ วัดหนองปันเจียง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563

โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ กรมการแพทย์โดยนายแพทย์วรพงษ์ สำราญทิวาวัลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ นำคณะผู้บริหารและบุคลากรโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ร่วมทำบุญถวายเทียนพรรษา เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา ประจำปี 2563 เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ มีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาและเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว จำนวนผู้เข้าร่วม 150 คน ณ วัดหนองปันเจียง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563

วันที่ 03 ก.ค. 2563

อ่านต่อ

เอกสาร

นายแพทย์อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ เป็นประธานการประชุม การประเมินผลโครงการพัฒนารูปแบบระบบบริการทางการแพทย์วิถีใหม่ (New Normal Medical Service) ของสถานพยาบาลแต่ละระดับ ณ จังหวัดปัตตานี โดยมี นายแพทย์วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุขด้านต่างประเทศ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ นายแพทย์กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผู้อำนวยการกองวิชาการแพทย์ ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่าง ประเทศ (IHPP) ผู้แทนจากสำนักทันตกรรม สำนักโภชนาการ กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย หน่วยงานสังกัดกรมการแพทย์ และนายแพทย์อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี แพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญา รองผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ประชุมทางไกลผ่านเครือข่าย Teleconference เพื่อร่วมกันกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดในการประเมินผลโครงการพัฒนารูปแบบระบบบริการทางการแพทย์วิถีใหม่จังหวัดปัตตานีทั้ง 4 modules ได้แก่ ทันตกรรม (Dental) อุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER) ห้องผ่าตัด (OR) และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ณ ห้องประชุมสำนักนิเทศระบบการแพทย์ กรมการแพทย์ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563

นายแพทย์อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ เป็นประธานการประชุม การประเมินผลโครงการพัฒนารูปแบบระบบบริการทางการแพทย์วิถีใหม่ (New Normal Medical Service) ของสถานพยาบาลแต่ละระดับ ณ จังหวัดปัตตานี  โดยมี นายแพทย์วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุขด้านต่างประเทศ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ นายแพทย์กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผู้อำนวยการกองวิชาการแพทย์ ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่าง ประเทศ (IHPP)  ผู้แทนจากสำนักทันตกรรม สำนักโภชนาการ กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย  หน่วยงานสังกัดกรมการแพทย์ และนายแพทย์อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี แพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญา รองผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ประชุมทางไกลผ่านเครือข่าย Teleconference เพื่อร่วมกันกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดในการประเมินผลโครงการพัฒนารูปแบบระบบบริการทางการแพทย์วิถีใหม่จังหวัดปัตตานีทั้ง 4 modules ได้แก่  ทันตกรรม (Dental) อุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER) ห้องผ่าตัด (OR) และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ณ ห้องประชุมสำนักนิเทศระบบการแพทย์ กรมการแพทย์  เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563

นายแพทย์อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ เป็นประธานการประชุม การประเมินผลโครงการพัฒนารูปแบบระบบบริการทางการแพทย์วิถีใหม่ (New Normal Medical Service) ของสถานพยาบาลแต่ละระดับ ณ จังหวัดปัตตานี โดยมี นายแพทย์วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุขด้านต่างประเทศ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ นายแพทย์กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผู้อำนวยการกองวิชาการแพทย์ ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่าง ประเทศ (IHPP) ผู้แทนจากสำนักทันตกรรม สำนักโภชนาการ กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย หน่วยงานสังกัดกรมการแพทย์ และนายแพทย์อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี แพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญา รองผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ประชุมทางไกลผ่านเครือข่าย Teleconference เพื่อร่วมกันกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดในการประเมินผลโครงการพัฒนารูปแบบระบบบริการทางการแพทย์วิถีใหม่จังหวัดปัตตานีทั้ง 4 modules ได้แก่ ทันตกรรม (Dental) อุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER) ห้องผ่าตัด (OR) และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ณ ห้องประชุมสำนักนิเทศระบบการแพทย์ กรมการแพทย์ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563

วันที่ 03 ก.ค. 2563

อ่านต่อ

เอกสาร

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.)โดยกลุ่มงานพัฒนาและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด จัดการประชุมคณะทำงานกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด ครั้งที่ 5/2563 ซึ่งได้รับเกียรติจากนายแพทย์เฉลิมชัย ชูเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิ ประธานคณะทำงานกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด โดยมีนายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) นายแพทย์ล่ำซำ ลักขณาภิชนชัช รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สบยช. และคณะทำงานกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด พร้อมด้วยผู้นำเสนอ เข้าร่วมประชุมเพื่อกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลที่ลงพื้นที่เยี่ยมประเมินเขตบริการสุขภาพที่ 7-8-9-10 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 33 โรงพยาบาล ณ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 2- 3 กรกฎาคม 2563

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.)โดยกลุ่มงานพัฒนาและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด จัดการประชุมคณะทำงานกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด ครั้งที่ 5/2563 ซึ่งได้รับเกียรติจากนายแพทย์เฉลิมชัย ชูเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิ ประธานคณะทำงานกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด โดยมีนายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) นายแพทย์ล่ำซำ ลักขณาภิชนชัช รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สบยช. และคณะทำงานกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด พร้อมด้วยผู้นำเสนอ เข้าร่วมประชุมเพื่อกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลที่ลงพื้นที่เยี่ยมประเมินเขตบริการสุขภาพที่ 7-8-9-10 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 33 โรงพยาบาล ณ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 2- 3 กรกฎาคม 2563

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.)โดยกลุ่มงานพัฒนาและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด จัดการประชุมคณะทำงานกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด ครั้งที่ 5/2563 ซึ่งได้รับเกียรติจากนายแพทย์เฉลิมชัย ชูเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิ ประธานคณะทำงานกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด โดยมีนายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) นายแพทย์ล่ำซำ ลักขณาภิชนชัช รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สบยช. และคณะทำงานกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลยาเสพติด พร้อมด้วยผู้นำเสนอ เข้าร่วมประชุมเพื่อกลั่นกรองและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลที่ลงพื้นที่เยี่ยมประเมินเขตบริการสุขภาพที่ 7-8-9-10 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 33 โรงพยาบาล ณ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 2- 3 กรกฎาคม 2563

วันที่ 03 ก.ค. 2563

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

เอกสารเผยแพร่ เอกสารเผยแพร่

เอกสาร บันทึกข้อตกลง ว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฏรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลาง ด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยวิธีแฟ้มข้อมูล (BATCH PROCESSING)ระหว่าง สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กับ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

วันที่ 27.04.2563

เอกสาร ประกาศกรมการแพทย์ เรื่อง ยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน พ.ศ.2561

วันที่ 27.04.2563

เอกสาร รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน กรมการแพทย์ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562

วันที่ 15.04.2563

เอกสาร คู่มือแนวทางการปฎิบัติงาน สำหรับเจ้าหน้าที่และเลขานุการ การฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน กรมการแพทย์

วันที่ 31.03.2563

เอกสาร ข้อมูลต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตกรมการแพทย์ ประจำปีงบประมาณ2562

วันที่ 26.02.2563

เอกสาร ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ปี2559-2562(ต.ค.61-มี.ค.62)

วันที่ 28.06.2562

หน่วยบริการ หน่วยบริการ

หน่วยบริการ แอพพลิเคชั่น

เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ :

WEBSITE POLICY PRIVACY POLICY WEBSITESECURITY POLICY สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 โดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ติดต่อ :

88/23 ถนนติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

โทร. 0-2590-6000

แฟกซ์. 0-2591-8253

อีเมล์ : WEBMASTER@DMS.MAIL.GO.TH